บริการ Cloud Computing คือ ระบบที่ช่วยให้การใช้งานด้านต่างๆ เช่น ระบบประมวลผลข้อมูล ระบบการเก็บข้อมูล การติดตั้งฐานข้อมูล

0

เลือกผู้ให้บริการคลาวด์อย่างไรให้ตอบโจทย์กับการใช้งาน


2022-06-24 16:30:29

เลือกผู้ให้บริการคลาวด์อย่างไรให้ตอบโจทย์กับการใช้งาน


บริการ  Cloud Computing คือ ระบบที่ช่วยให้การใช้งานด้านต่างๆ เช่น ระบบประมวลผลข้อมูล ระบบการเก็บข้อมูล การติดตั้งฐานข้อมูล หรือระบบภายในให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งสามารถปรับเพิ่ม หรือลดขนาดของระบบ เช่น หน่วยประมวลผล หรือพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูลได้ตามการใช้งานจริง ซึ่งเราสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้กับธุรกิจทั้งขนาดใหญ่ และขนาดเล็ก ให้ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มศักยภาพทั้งในด้านของความรวดเร็ว ความยืดหยุ่น และความปลอดภัย รวมไปถึงยังสามารถช่วยลดต้นทุนธุรกิจและรองรับการขยายตัวของธุรกิจในอนาคต แน่นอนว่าทุกคนอยากใช้ Cloud แต่ว่าเราจะเลือกผู้ให้บริการเจ้าไหนกันดีล่ะ บางเจ้าก็มีค่าบริการที่สูงเกินไป บางเจ้าก็ราคาถูก แล้วคุณภาพของผู้ให้บริการ เราจะตัดสินจากอะไรดี ในบทความนี้ผู้เขียนจะมาไขข้อข้องใจกันค่ะ



Cloud ประเภทไหนที่เราจะต้องใช้เพื่อให้เหมาะสมกับประเภทของธุรกิจหรือประเภทของการบริการของเรามากที่สุดมาดูกันเลยค่ะ

1. Public Cloud

Cloud ประเภทนี้เหมาะกับทุกบริษัท ไม่ว่าจะธุรกิจขนาดเล็ก หรือขนาดใหญ่ก็ใช้ได้ โดยสามารถเก็บข้อมูลภายในบริษัท และมีระบบที่พนักงานสามารถใช้ร่วมกันได้ ที่สำคัญคือค่าใช้จ่ายไม่สูงมาก จึงช่วยลดภาระที่ธุรกิจแบกรับไว้ เพราะเลือกได้ว่าจะใช้เป็นรายเดือนหรือรายปี ขึ้นอยู่กับการใช้งานของธุรกิจนั้นๆ นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่ม หรือลดขนาดของ Cloud ได้ตามความต้องการ โดย Cloud ประเภทนี้เป็นการใช้แพลตฟอร์มต่างๆ ผ่านผู้ให้บริการที่เป็นเจ้าของ Cloud ทั้งนี้ควรเลือกผู้ให้บริการ Cloud ที่สามารถไว้ใจได้เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

2. Private Cloud

Private Cloud คือ การใช้งานระบบที่ต้องการความมั่นคง และความปลอดภัยของข้อมูลที่สูง เช่น องค์กรภาครัฐ, องค์กรด้านการเงิน หรือ การเก็บฐานข้อมูลของลูกค้าที่ต้องการความปลอดภัย และข้อมูลที่เป็นความลับระดับสูง ซึ่งเจ้าหน้าที่ หรือพนักงานต้องระบุตัวตนก่อนการเข้าใช้งาน มีการรักษาความปลอดภัยหลายชั้น บางแห่งมีการอนุญาตให้เข้าใช้ได้โดยต้องผ่าน network แบบพิเศษเท่านั้น นอกจากนี้ยังสามารถจำกัดสิทธิการเข้าถึงข้อมูลได้ตลอดเวลาขึ้นอยู่กับความต้องการของบริษัท และเนื่องจากเป็นระบบส่วนตัวทำให้มีความเร็วมากกว่าระบบ Cloud ประเภทอื่นๆ

3. Hybrid Cloud

Cloud ประเภทนี้คือเป็นการรวมข้อดีของ Cloud ทั้ง 2 ประเภทด้านบนเข้ามาผสมกัน คือรวมความปลอดภัยของข้อมูลจาก Private Cloud ความคล่องตัว และประหยัดค่าใช้จ่ายของ Public Cloud ทำให้ธุรกิจสามารถปรับการจัดเก็บข้อมูลได้ตามความต้องการ เช่น การเก็บข้อมูลทั่วไปไว้ใน Public Cloud และข้อมูลสำคัญไว้ใน Private Cloud เพื่อจำกัดสิทธิ์การเข้าถึง เรียกได้ว่าบริการ Cloud Service ประเภทนี้มีความยืดหยุ่นสูงมาก

จะเห็นได้ว่าระบบ Cloud ทั้ง 3 ประเภทนี้มีความหลากหลาย แต่ละธุรกิจสามารถเลือกใช้ตามความต้องการได้


Credit: Kinsta



สำหรับผู้สนใจใช้งาน cloud ควรต้องพิจารณาในการเลือกผู้ให้บริการก่อนจะตัดสินใจว่ามีอะไรบ้าง ?


1. ค่าใช้จ่าย

ปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือ เรื่องเงิน เพราะใครจะอยากไปใช้ cloud ที่มีราคาสูง ถ้าเรามาใช้ cloud แล้ว ก็ต้อง balance ให้ดีด้วย ไม่ใช่ว่าเลือกที่ถูกที่สุด แต่คุณภาพแย่ ดังนั้นเราต้องพิจารณาให้ได้ทั้งถูก และดี


2. ปรับได้ตามความต้องการ


Cloud service ของผู้ให้บริการแต่ละรายนั้นมีความยึดหยุ่น หรือ flexibility ที่ต่างกัน ซึ่งบางเจ้าสามารถปรับขนาดได้ตามการใช้งานในแต่ละช่วงเวลา หากช่วงใดมีการใช้งานมากก็สามารถปรับได้ทันที ถ้าหากว่ามีการเข้าใช้งานเป็นปริมาณมาก ๆ อาจจะทำให้ service หรือ application ของเราล่มได้ นั่นย่อมส่งผลไม่ดีต่อธุรกิจของเราแน่ๆ


3. ความเสถียรของ Cloud

บางธุรกิจที่มีการเก็บข้อมูลต่างๆ ไว้เอง แล้วเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดอย่างการถูกแฮกข้อมูล หรือเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ อาจทำให้ข้อมูลสูญหายได้ แต่หากมีการว่าจ้างบริษัทที่ให้บริการ Cloud จะทำให้ธุรกิจไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่เหนือการควบคุมเหล่านี้ เพราะมีระบบการสำรองข้อมูลขนาดใหญ่ เรียกได้ว่าเป็นการลดความเสี่ยงของธุรกิจได้มาก


4. ความสะดวกในการใช้เครื่องมือต่างๆ

ธุรกิจจะราบรื่น คล่องตัวมากขึ้น เพราะระบบ Cloud Service จะช่วยอำนวยความสะดวกให้พนักงานสามารถทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา ทำงานพร้อมกันได้อย่างราบรื่น เพียงแค่มีอินเทอร์เน็ตประสิทธิภาพสูง และเสถียร ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ


5. มีความปลอดภัย

สิ่งที่ธุรกิจจะต้องคำนึงเกี่ยวกับการจัดเก็บข้อมูล คือ เรื่องความปลอดภัย ยิ่งหากธุรกิจมีการจัดเก็บข้อมูลในแพลตฟอร์มของตัวเอง อาจต้องว่าจ้างผู้ที่มีความเชี่ยวชาญมาดูแลระบบ ทำให้เสียทั้งค่าใช้จ่าย อีกทั้งมีความเสี่ยงที่จะถูกแฮกข้อมูล แต่ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป เนื่องจากบริการ Cloud มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ช่วยส่งเสริม Cyber Security มีระบบ Backup กู้ฐานข้อมูล ช่วยดูแลเมื่อเกิดปัญหา นอกจากเสริมเกราะป้องกันทางด้านความปลอดภัยให้กับธุรกิจแล้ว ยังช่วยสร้างความมั่นใจให้กับเจ้าของธุรกิจอีกด้วย





This site uses cookies to enhance your browsing experience and to provide you the best service. Learn more about our Privacy Policy at this link. Please click accept to allow us using cookies.