0

ข้อแตกต่างระหว่างกล้องวงจรปิด CCTV กับ IP Camera

ข้อแตกต่างระหว่างกล้องวงจรปิด CCTV กับ IP Camera


2022-05-20 16:05:34

ปัจจุบันระบบกล้องวงจรปิดเป็นสิ่งที่ไม่สามารถขาดได้ เพราะเป็นระบบความปลอดภัยขั้นพื้นฐาน และด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในปัจจุบัน ทำให้เกิดกล้องวงจรปิดในรูปแบบต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะกล้องวงจรปิดแบบบันทึกเสียง หรือกล้องวงจรปิดแบบถ่ายภาพสีตอนกลางคืน แต่ว่าที่มีการพูดถึงมากที่สุดอีกอย่างหนึ่งคือระบบกล้อง IP Camera ซึ่งเป็นที่นิยมใช้กันมากพอๆ กันกับกล้องวงจรปิดระบบปกติ เพราะมีประสิทธิการทำงานที่ค่อนข้างสูง และมีฟังก์ชั่นการทำงานที่หลากหลายแม้ทั้งคู่จะคุณสมบัติการทำงานที่คล้ายคลึงกัน แต่เอาจริงๆ มันก็ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ที่แตกต่างกัน ดังนั้นในบทความนี้เราจะมาทำความรู้จักกล้องวงจรปิด CCTV กับ IP Camera กันเลย



กล้อง CCTV คืออะไร ?


กล้องวงจรปิด CCTV (Closed Circuit Television System) คือ ระบบการบันทึกภาพ เคลื่อนไหวที่ถูกจับภาพโดยกล้องวงจรปิด ที่ได้ติดตั้งตามบริเวณต่างๆ มายังเครื่องบันทึก (DVR) และ ส่วนรับภาพดูภาพซึ่งเรียกว่า จอภาพ (Monitor) และบันทึกลงไปยังเครื่องบันทึก เป็นระบบสำหรับใช้เพื่อการรักษาความ ปลอดภัย หรือ ใช้เพื่อการสอดส่องดูแลเหตุการณ์หรือ สถานการณ์ต่างๆ การทำงานของ CCTV เริ่มจาก ตัวกล้องที่เป็นตัวรับสัญญาณภาพ จะรับภาพได้นั้นจะต้องมีแสงส่องไปยังที่วัตถุที่ต้องการ และแสงนั้นจะตกกระทบวัตถุแล้วจึงสะท้อนกลับออกมา (ประสิทธิภาพกล้องนั้น ขึ้นอยู่กับความไวแสง ซึ่งจะส่งผลให้คุณภาพของการทำงานแตกต่างกันออกไป) และภายในนั้นจะมีตัวที่แปลงสัญญาณภาพเป็นสัญญาณไฟฟ้า เพื่อส่งต่อสัญญาณ ตามสายที่เชื่อมจากกล้องไปสู้เครื่องรับ สัญญาณภาพ (DVR) แล้วส่งต่อไปยังจอรับภาพ(Monitor)เพื่อแสดงภาพที่ได้จากตัวกล้อง โดยปกติแล้วนั้น ตัวกล้องและจอภาพจะอยู่ต่างสถานที่กัน ซึ่งหลักการทำงานของระบบกล้องวงจรปิดนั้น ไม่ซับซ้อนมาก แต่หากต้องการให้ภาพออกมาดีนั้นต้องประกอบด้วยองค์ประกอบหลายอย่าง เช่น    


  1. เครื่องบันทึกภาพ (DVR)  
  2. กล้องวงจรปิด (CAMERA)  
  3. ระบบควบคุม หรือโปรแกรมการจัดการ (CMS)
  4. สายสัญญาณ
  5. ส่วนประกอบอื่น ๆ เช่น HOUSING, ADAPTOR, CONTROLLER


ข้อดีของกล้อง CCTV

  • ต้นทุน: ระบบอนาล็อกมีต้นทุนที่ถูกกว่าระบบ IP
  • ยืดหยุ่นกว่า : เนื่องจากว่ามีกล้องหลากหลายประเภทให้เลือกใช้ตั้งแต่ระบบเล็กไปถึงระบบใหญ่ มีอินฟราเรดติดตั้งมาพร้อมกับกล้อง ทำให้มีตัวเลือกสำหรับการใช้งานประเภทต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม
  • ความเข้ากันได้ : ในระบบอนาล็อกมีเพียงระบบ PAL และ NTSC เท่านั้น ทำให้สามารถเลือกกล้องต่างยี่ห้อมารวมในระบบเดียวกันได้
  • ปัญหาน้อย : เนื่องจากว่าระบบอนาล็อกถูกพัฒนามามาก จนแทบจะเรียกได้ว่าอยู่ในช่วงสุดท้ายของเทคโนโลยีของระบบอนาล็อกแล้ว ทำให้ปัญหาต่างๆถูกแก้ไขไปจนหมด ทำให้ปัญหาต่างๆของระบบอนาล็อกเกิดขึ้นน้อยมาก


ข้อเสียของกล้อง CCTV

  • function : ระบบอนาล็อกไม่มีฟังชั่นเช่นเดียวกับที่กล้อง IP มี เว้นแต่กล้องอนาล็อกในระบบราคาแพงเท่านั้น
  • ความปลอดภัย : ระบบอนาล็อกมีความปลอดภัยน้อย เนื่องจากไม่มีการเข้ารหัสของข้อมูล ไม่ว่าใคร หรือผู้บุกรุกอาจแฮกเข้ามาดูข้อมูลในระบบภาพจากกล้องวงจรปิดได้
  • ระยะทาง : ไม่สามารถรองรับการส่งสัญญาณในระยะไกลๆได้




กล้อง IP Camera คืออะไร ?


กล้อง IP Camera (Internet Protocol Camera) คือ กล้องวงจรปิดที่รับส่งช้อมูลแบบดิจิตอล ซึ่งจะให้ความละเอียดค่อนข้างสูงกว่าระบบอนาล็อก และมีการเพิ่มฟังก์ชั่นของเครื่องคอมพิวเตอร์เข้าไปในตัวกล้องด้วย เพื่อให้สามารถ ดูภาพสดบนระบบ internet หรือ ระบบเครือข่ายได้ โดยผู้ใช้งานสามารถ ดูภาพจากระยะไกลเพื่อใช้ในการรักษาความปลอดภัย และ เฝ้าระวัง ภายใน บ้าน สำนักงาน โรงงาน ห้างสรรพสินค้า และอื่นๆ ได้ IP Camera มีทั้งแบบใช้สาย (Wiring) และแบบไร้สาย (Wireless)


ข้อดีของ IP Camera

  • กล้องมีหมายเลข IP Address ที่ชัดเจนสามารถรู้ได้ว่าเป็นกล้องตัวไหน
  • เนื่องกล้อง IP Camera รับส่งสัญญาณแบบดิจิตอลทำให้ภาพมีความเสถียรมากกว่า
  • ไม่มีข้อจำกัดในการเพิ่มจำนวนกล้อง IP
  • เหมาะกับองค์ธุรกิจขนาดใหญ่ ที่มีกิจการหลายสาขา


ข้อเสียของ IP Camera

  • ระบบใช้พื้นที่ Bandwidth สูงมาก ทำให้ระบบทำงานหนัก
  • อุปกรณ์ของระบบกล้อง IP Camera มีค่าใช้จ่ายและต้นทุนที่สูงกว่าระบบกล้องอนาล็อก
  • กล้องแต่ละยี่ห้ออาจมีมาตราฐาน Protocal ที่แตกต่างกัน ทำให้ไม่สามารถใช้งานข้ามยี่ห้อได้
  • ใช้พื้นที่เก็บข้อมูลปริมาณมากกล้อง IP Camera มีความละเอียดสูงกว่า CCTV ซึ่งไฟล์ของมันก็เลยใหญ่ตามไปด้วย ต้นทุนค่าพื้นที่เก็บข้อมูลเลยจะแพงกว่า


เปรียบเทียบคุณสมบัติกล้อง CCTV กับกล้อง IP Camera


กล้อง CCTV


  • วิดีโอจะถูกส่งผ่านสายสัญญาณ Analog กลับไปบันทึกยัง DVR (สาย Coax หรือ UTP cable)
  • ตัว DVR สามารถเชื่อมต่อกับระบบอินเทอร์เน็ตเพื่อเรียกดูแบบออนไลน์ได้
  • ตัวกล้อง และ DVR ต้องมีสายสัญญาณและระบบไฟฟ้า ทั้งหมดต้องเชื่อมต่อกัน
  • ด้วยเหตุผลเรื่องสาย ทำให้ติดตั้งระบบลบได้ในบริเวณเดียวเท่าที่สายจะสามารถลากไปถึง
  • กล้องความละเอียดต่ำ เต็มที่ก็ได้แค่ HD ในบางรุ่น
  • กล้องมักจะมีลูกเล่นน้อย ทำได้แค่ส่งสัญญาณภาพเท่านั้น
  • โดยปกติแล้ว จะมีกล้องในระบบได้ไม่เกิน 12 ตัว (หรือ 12 จุดนั่นเอง)
  • รองรับการสื่อสารผ่านเสียงระหว่างจุด
  • ใช้สัญญาณทีวีในการถ่ายทอดวิดีโอ


กล้อง IP Camera


  • วิดีโอส่งแบบ Digital stream ผ่าน IP network ไปยัง NVR 
  • สามารถบันทึกข้อมูลลงสื่อบันทึกข้อมูลได้หลากหลายรูปแบบ รวมไปถึงระบบ Cloud
  • ใช้ PoE (Power over Ethernet) ทำให้ไม่ต้องลากสายไฟ
  • เพราะไม่จำเป็นต้องมีสาย ทำให้กระจายการติดตั้งไปได้หลายจุด
  • กล้องมีความละเอียดสูงมาก มาตรฐานส่วนใหญ่เป็น FHD ไปจนถึงระดับ 4K
  • ลูกเล่นเยอะ เช่น ตรวจจับความเคลื่อนไหว, สั่งปรับโฟกัส, เปลี่ยนทิศทางกล้องผ่านเครือข่ายได้
  • รองรับการสื่อสารผ่านเสียงระหว่างจุด
  • ใช้เครือข่าย LAN และ Wi-Fi ในการถ่ายทอดวิดีโอ