0

ความแตกต่างระหว่าง SATA, SAS และ SSD ของฮาร์ดไดรฟ์ (HDD) ที่ใช้เก็บข้อมูลบนเครื่อง Server

ความแตกต่างระหว่าง SATA, SAS และ SSD ของฮาร์ดไดรฟ์ (HDD) ที่ใช้เก็บข้อมูลบนเครื่อง Server


2020-08-04 17:09:39
หากคุณต้องการเพิ่มประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือของระบบฮาร์ดไดรฟ์ของคุณ  ขั้นตอนแรกที่สำคัญคือการทำความเข้าใจความแต่ต่างของฮาร์ดไดรฟ์แต่ละชนิด ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเก็บรักษาและดึ่งใช้งานข้อมูลอย่างเหมาะสมสำหรับ ระบบปฏิบัติการ (OS), ซอฟต์แวร์แอพพลิเคชั่น, ระบบไฟล์ และรูปภาพ บนเครื่องเซิร์เวอร์ของคุณ เพื่อที่จะเช้าให้เช้าใจยิ่งขึ้นว่าฮาร์ดไดรฟ์ตัวใดที่ดีที่สุดสำหรับ Server ของคุณ ลองดูที่คู่มือของเราเพื่อทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่างฮาร์ดไดรฟ์แต่ละชนิด SATA, SAS และ SSD
 

SATA (Serial ATA) แม้ว่าฮาร์ดไดรฟ์ SATA และ SAS จะคล้ายกันมาก แต่ก็มีความแตกต่างที่สำคัญเล็กน้อย โดยปกติแล้วฮาร์ดไดรฟ์ SATA จะมีราคาถูกกว่าซึ่งทำให้ผู้ใช้ทั่วไปนิยมใช้กันมากขึ้น ฮาร์ดไดรฟ์ SATA เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องความจุในการจัดเก็บที่ยอดเยี่ยมและประสิทธิภาพด้านพลังงานที่ดีกว่าเมื่อเทียบกับไดรฟ์ SAS เนื่องจากความจุสูงที่พวกเขามีให้นั้นไดรฟ์ SATA จึงถูกใช้เพื่อการแชร์ไฟล์อีเมลเว็บการสำรองข้อมูลและการเก็บถาวร
 
SAS (อนุกรมแนบ SCSI) ฮาร์ดไดรฟ์ SAS ถือว่ามีความน่าเชื่อถือมากกว่าไดรฟ์ SATA ฮาร์ดไดรฟ์ SAS ผลิตขึ้นเพื่อรองรับการใช้งานตลอด 24 ชั่วโมงทุกวันในแอปพลิเคชันระดับองค์กรที่สำคัญ ด้วยอัตราการถ่ายโอนสูงถึง 15,000 RPM ไดรฟ์ SAS จึงมีค่าในระบบที่ความเร็วมีความสำคัญมากกว่าความจุ SAS จึงมีประสิทธิภาพที่ดีกว่าและมีพื้นที่เก็บข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือมากกว่าไดรฟ์ SATA
 
SSD (โซลิดสเตทไดรฟ์) ไดรฟ์โซลิดสเตตเป็นการลงทุนที่สูง หากคุณอยู่ในตลาดที่ต้องการความเร็ว SSD ให้อัตราความเร็วที่สูงกว่าฮาร์ดไดรฟ์ทั่วไปถึง 100 เท่าซึ่งหมายถึงการบูทเร็วขึ้นและประสิทธิภาพของระบบโดยรวมดีขึ้น ซึ่งแตกต่างจากฮาร์ดไดรฟ์ SATA และ SAS แบบดังเดิม SSD ไม่มีชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าเชื่อถือและมีประสิทธิภาพสูงสุด การไม่มีชิ้นส่วนเคลื่อนไหวยังหมายถึงการลดความเสี่ยงของความล้มเหลวและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานเมื่อเทียบกับฮาร์ดไดรฟ์แบบดั้งเดิม เนื่องจากประสิทธิภาพความเร็วและความน่าเชื่อถือประโยชน์ฮาร์ดไดรฟ์แบบโซลิดสเตตจึงมีราคาแพงกว่าฮาร์ดไดรฟ์ SAS และ SATA

SSD เหมาะสำหรับข้อมูลธุรกรรมที่มีความถี่สูงเช่นฐานข้อมูล Database มี transactions จำนวนสูง
 
ในตลาด SSD 3 แบบที่นิยมติดตั้งใน Server คือ SATA, SAS และ PCIe ตามวัตถุประสงค์การใช้งานดังนี้
  • SSD SATA สำหรับ hypervisor, OS และ Applications เพื่อความเร็วในการ boot และ load apps.
  • SSD SAS สำหรับ database เพื่อความเร็วอ่านและอัพเดทฐานข้อมูล
  • SSD PCIe/NVMe สำหรับ data caching เพื่อความเร็วข้อมูลอ่านซ้ำ
 ความเร็วในการบันทึกและอ่านข้อมูล ราคา เรียงจากบนลงล่าง น้อยไปหามาก


เขียนโดยทีมการตลาดเคิร์ซ